น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์  ความยากจนสอนให้เธอแกร่ง

0
54
views

 

ชลิตาเกิดที่จังหวัดนนทบุรี  ก่อนย้ายไปอาศัยที่อำเภอบางพลี  จังหวัดสมุทรปราการตั้งแต่เด็ก    เป็นบุตรคนโตจากทั้งหมดสองคนของสรนันท์  กับชุติกาญจน์ ส่วนเสน่ห์ ครอบครัวมีฐานะปานกลาง  บิดาทำงานเป็นพนักงานขับรถ ส่วนมารดาเป็นแม่บ้าน   มีน้องสาวหนึ่งคน  โดยบิดามีพื้นเพมาจากจังหวัดยโสธร   ส่วนมารดาเป็นลูกครึ่งเยอรมันจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้เธอจึงเป็นลูกเสี้ยวเยอรมัน   ชลิตามีความสามารถในการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล  ทั้งเคยเป็นหนึ่งในนักกีฬาโรงเรียนและได้ตำแหน่งชนะเลิศ   เธอแบ่งเบาภาระครอบครัวด้วยการทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม  จังหวัดสมุทรปราการ  เคยศึกษาระดับอุดมศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ในปี พ.ศ. 2560 เธอโอนหน่วยกิตจากสถาบันเดิมเพื่อศึกษาต่อสาขาจุลชีววิทยา  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ อายุ 21 ปี ส่วนสูง 169 เซ็นติเมตร  คุณแม่ของน้ำตาล เคยให้สัมภาษณ์ว่า เห็นแววนางงามมาตั้งแต่เธออายุ 14 ตอนนั้น น้ำตาลเอามงกุฎของแม่ที่เคยชนะการประกวดนางสงกรานต์มาใส่เล่น และน้ำตาลก็ชื่นชอบและอยากเป็นนางงามมาตั้งแต่นั้น

 

สำหรับคำถามที่ทำให้ น้ำตาล ชลิตา ได้รับคะแนนจากคณะกรรมการอย่างท่วมท้นในรอบตัดสิน ซึ่งเป็นคำถามจากเด็กวัย 4-8 ขวบ ถามว่า หากประกวดชนะจะเอาเงินไปทำอะไร โดยน้ำตาล ชลิตา ตอบว่า จะนำเงินแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกจะนำไปเป็นทุนการศึกษาของตนเอง อีกส่วนจะให้คุณพ่อคุณแม่ และสุดท้ายจะนำไปทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

แลกเหรียญความจงรักภักดีของคุณกับโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต!
ช่วงเวลาโปรโมชัน: 1 กันยายน 2018 – 31 ธันวาคม 2018

ส่วนคำถามที่ 2 จากกองประกวดถามว่า เหตุผลที่มาประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ โดย น้ำตาล ชลิตา ตอบว่า เพราะเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เป็นเวทีที่ทรงคุณค่า และมีเกียรติของผู้หญิงไทย เชื่อว่าจะพาตนไปสู่มิสยูนิเวิร์สได้ และคำถามสุดท้ายที่ถามว่า “ในสังคมปัจจุบันที่สื่อโซเชียลมีเดียมีบทบาทในชีวิตประจำวัน คุณจะใช้โซเชียลมีเดียอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ในเวลา 30 วินาที โดย น้ำตาล ชลิตา ได้ตอบคำถามว่า โซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนดาบสองคม เราต้องรู้จักคิด รู้จักใช้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสังคม ซึ่งก็ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมจากกองเชียร์เป็นอย่างมาก

“จากนางงามสู้ชีวิต ความยากจนสอนให้เธอแกร่ง”  น้ำตาลเล่าว่า ชีวิตที่ผ่านมาในวัยเด็กของเธอนั้น ต้องสู้ชีวิต ต้องช่วยเหลือครอบครัว เธอกล่าวว่า จำได้ว่าตั้งแต่ ป.4 ก็เริ่มทำงานเพื่อช่วยทางบ้านหาเงิน โดยตอนนั้นคุณแม่ทำงานเป็นแม่บ้าน ตาลก็ไปช่วยแม่ทุกอย่าง เห็นแม่ทำเป็นตัวอย่าง แม่ขยันและเหนื่อยมาก เลยทำให้ตาลยิ่งต้องช่วยเหลือ แต่ก็มีความสุขกับการที่เราทำงานได้ช่วยทางบ้านหาเงิน แม้จะเหนื่อยบ้าง แต่นั่นก็ทำให้เรามีความสุข ตาลเคยเป็นเด็กเสิร์ฟที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย ได้เงินมาบางส่วนก็ให้พ่อแม่ บางส่วนเราก็เก็บไว้ใช้ส่วนตัว

หลังจากทราบประวัติของ น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ไปกันพอควร ต้องบอกเลยว่าการที่ น้ำตาล ชลิตา จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะนอกจากเธอจะมีความสวยแล้วจะต้องอาศัยความสามารถและความอดทนเป็นอย่างมากอีกด้วย สำหรับใครที่ชื่นชอบในตัวของ น้ำตาล ชลิตา ก็สามารถเข้าไปติดตามผลงานและภาพสวย ๆ ของเธอได้ที่ Instagram namtanlitaa